Mini Cooper Oxford Edition รุ่นจับต้องได้ง่ายขึ้นที่สหรัฐอเมริกา

Mini Cooper ทั้งตัวถัง 2 ประตูและ 4 ประตูมีรุ่น Oxford Edition เพิ่มเข้ามาให้เลือกที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้จากชื่อจะดูเหมือนเป็นรถรุ่นพิเศษ แต่กลับมาในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น มีราคาถูกกว่ารุ่นเริ่มต้นที่มีขายอยู่แล้ว
จุดเด่นของ Mini Cooper Oxford Edition คือเมื่อเทียบกับ Cooper S รุ่นพื้นฐานที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ รถรุ่นใหม่ตัวถัง 2 ประตูจะมีราคาถูกกว่า 4,000 ดอลลาร์ ส่วนตัวถัง 4 ประตูมีราคาถูกกว่า 7,250 ดอลลาร์ โดยอุปกรณ์มาตรฐานที่มากับรถรุ่นใหม่ถูกระบุว่ามีล้อขนาด 18 นิ้วพร้อมยางซัมเมอร์ไทร์ ไฟหน้า LED รวมทั้งหลังคาพาโนรามิกมูนรูฟ ส่วนสีภายนอกของรถมีให้เลือก 3 สีระหว่างสีฟ้า Blazing Blue Metallic สีขาว Nanuq White Metallic และสีเหลือง Sunny Side
ขณะที่ห้องโดยสารของรถมีเบาะสปอร์ตทูโทนหุ้มด้วย Vescin และผ้า ส่วนบุหลังคาเป็นสี Anthracite นอกจากนี้ยังมีระบบปรับอากาศดูอัลโซน และจอขนาด 9.4 นิ้ว รวมไปถึงมีระบบช่วยขับต่างๆ อย่างระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า ระบบช่วยให้รถอยู่ในช่องจราจร ระบบช่วยจำกัดความเร็วอัตโนมัติ และระบบช่วยจอดรถ
ทางผู้ผลิตระบุว่ารถรุ่นใหม่ใช้ระบบส่งกำลังดูอัลคลัตช์ 7 สปีดโดยไม่ได้ให้รายละเอียดด้านขุมกำลังของรถ แต่ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 163 แรงม้า แรงบิด 249 นิวตัน-เมตร ซึ่งจะทำให้ตัวถัง 2 ประตูใช้เวลา 7.4 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ทำความเร็วได้สูงสุด 209 กม./ชม.
ทาง Miniเริ่มรับจองรถรุ่นใหม่แล้วที่สหรัฐอเมริกา โดยรถรุ่นนี้ถูกระบุว่ามีการผลิตจำกัด แต่ไม่มีการเปิดเผยจำนวนผลิตออกมา ส่วนราคารถตัวถัง 2 ประตูอยู่ที่ 24,950 ดอลลาร์ ขณะที่จัวถัง 4 ประตูราคา 25,950 ดอลลาร์
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th