Toyota All New Corolla Cross ไม่โดนใจ..แต่น่าใช้ สงสัยล่ะสิ?

เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสได้นำรถไปถ่ายสกู๊ปรายการกันที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วในความบังเอิญได้คิวยืมน้องใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า “All New Corolla Cross” มาด้วยพอดี เลยกลายเป็นว่า Corolla Cross รับบทเป็นรถเซอร์วิส ขนอุปกรณ์ถ่ายทำและทีมงานกันแบบเต็มคัน แถมยังไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนด้วยว่าจะได้มาขับ Corolla Cross กันแบบยาวๆ อย่างนี้
โดยรุ่นที่นำมาขับนี้เป็นตัวไฮบริดรุ่นท๊อป Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท และยังเป็นครั้งแรกที่ได้เจอตัวจริงอีกด้วย เพราะเป็นที่รู้กันว่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 รูปแบบการเปิดตัวรถเปลี่ยนไป นักข่าวบางคนได้ไปเจอตัวจริงและอีกหลายคนได้เห็นแต่ในรูป ซึ่งผู้เขียนเป็นเช่นเดียวกัน เพราะมีทีมงานไปจัดการข่าวการเปิดตัวเรียบร้อย ทำให้ต้องจินตนาการเอาเองว่ารถคันนี้จะตอบโจทย์การใช้งานได้เพียงใด..งานนี้เซอร์ไพรส์จริงๆ
กระจังหน้าดูแปลกตา ดูหน้าบึ้งๆ แต่พอดูไปดูมาก็สวยดุดีเหมือนกัน
มาดูกันที่รูปร่างหน้าตากันก่อน แน่นอนว่า All New Corolla Cross คันนี้ เป็นรถโมเดลใหม่ สดถอดด้าม เป็นรถสไตล์อเนกประสงค์ที่ดูจะตอบโจทย์ของผู้ใช้รถในปัจจุบันที่ต้องการรถแบบใช้งานได้คุ้มค่า คุ้มราคา ห้องโดยสารกว้างขวาง เทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มคัน หน้าตาดีขับไปไหนก็ดูมีระดับอะไรแบบนั้น ซึ่ง Corolla Cross ยังเป็นรถโมเดลใหม่ล่าสุดของโตโยต้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดรถเอสยูวี คนไทยได้ต้อนรับเป็นประเทศแรกของโลก มีการใช้แพลตฟอร์มของโคโรลล่า ซีดาน เป็นพื้นฐาน โดยรวมดูเป็นร่างของรถแบบเอสยูวี มิติตัวถังที่มองด้วยตาจะเห็นว่าเป็นรถที่ดูคันใหญ่ หน้าตาแปลกๆ ดูนานๆ ก็สวยดีเหมือนกัน มีความแตกต่าง แต่สะดุดตาตั้งแต่หัวจรดท้าย ในเรื่องของการออกแบบตัวถังถือว่ามีจุดเด่นหลายอย่าง ยิ่งเวลาเห็นขับไปบนถนนยอมรับว่ามันสวยจริงๆ และทำให้คนที่ไม่ชอบดีไซน์ของโตโยต้าต้องหันกลับมามอง Corolla Cross กันใหม่ เช่นเดียวกับผู้เขียนที่ไม่ชอบดีไซน์ของโตโยต้าในหลายรุ่น เห็นแล้วรู้สึกขัดใจไปหมด แต่ในช่วงหลังมานี้ตั้งแต่โมเดล Corolla Altis, Camry, Yaris, Hilux Revo มาถึง Corolla Cross ยอมรับว่าออกแบบมาได้สวยโดนใจทั้งภายนอกและภายใน นี่ขอชมเชยแบบหมดหัวใจเลย จากคนที่ไม่เคยชอบมาก่อน ตอนนี้ตกหลุมรักเลยทีเดียว
แต่นั่นเป็นเพียงความหลงรักแบบที่เรียกว่ารักแรกพบ อาจจะดูหลงแบบหัวปักหัวปำ ส่วนการใช้ชีวิตร่วมกันเราต้องปรับจูนหัวใจให้สัมพันธ์กันอยู่ยกใหญ่..เรื่องราวมันเป็นแบบนี้นะ เราจะเน้นไปที่รุ่น Hybrid Premium Safety เท่านั้น
All New Corolla Cross รุ่น Hybrid Premium Safety เหมาะกับการใช้งานแบบไลฟ์สไตล์คนในเมืองมากกว่าการออกมาเดินทางใช้ชีวิตแบบนอกกรอบ หรือชอบขับรถเดินทางไกลเป็นประจำ ใครที่คิดว่าจะออกรถเป็น Corolla Cross รุ่นไฮบริดตัวท็อปนี้เพื่อใช้งานหลักๆ ในเมืองเป็นประจำทุกวัน ออกต่างจังหวัดบ้างแต่ไม่บ่อย มันจะตอบโจทย์การใช้งานได้น่าประทับใจมาก แต่หากชอบเดินทางออกเที่ยวต่างจังหวัดบนเส้นทางไกลบ่อยๆ มันจะสร้างความเหนื่อยล้าให้กับผู้ขับและผู้โดยสารซะอย่างนั้น
ตามที่บอกไปตอนแรกว่า ได้ขับรถคันนี้ออกทริปถ่ายสกู๊ปรายการ บนรถมีผู้เขียนและทีมงานอีก 3 คน พร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางและอุปกรณ์ถ่ายทำที่อัดแน่นอยู่ท้ายรถ (พื้นที่เก็บสัมภาระเยอะมากถึงมากที่สุด) ความประทับใจแรกที่เกิดขึ้นคือ ว้าว..รถคันนี้ดีไซน์สวยแปลกตา มีเสน่ห์ไม่เบา ภายในห้องโดยสารก็ดูกว้าง ออกแบบจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้งานได้ง่าย ดูดีไปหมด เมื่อออกเดินทางในช่วงรุ่งเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ขับจากลาดปลาเค้าขึ้นทางด่วน ข้ามสะพานแขวน มุ่งหน้าถนนพระราม2 (ที่รถไม่ติดเลยเพราะวันธรรมดาและยังไม่สว่าง) อัตราเร่งทำได้ราบเรียบ กระฉับกระเฉงทันใจ (ความเร็วในช่วง 60-100 กม./ชม.) พวงมาลัยให้การตอบสนองดีมาก อัตราทดพวงมาลัยทำได้กระชับ ด้วยฐานล้อที่กว้างและช่วงล่างที่เซ็ตมาให้มีความนุ่มนวล พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA : Toyota New Global Architecture ที่มีคุณสมบัติเพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง รองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนน พวงมาลัยปรับจูนให้การตอบสนองได้แม่นยำ ควบคุมรถได้ง่าย ตัวรถออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ลดอาการโคลงของตัวรถ ทำให้ทรงตัวและเข้าโค้งได้ดีขึ้น รวมทั้งตัวรถที่ออกแบบให้เหมาะกับสรีระผู้ขับขี่ เพิ่มทัศนวิสัยในการขับที่ดีขึ้น ลดจุดอับสายตา เป็นเทคโนโลยีที่โตโยต้ามั่นใจมากๆ ซึ่งยอมรับว่าเป็นไปตามนั้นจริงๆ ไม่เถียงเลย
แต่ความไม่สบายและสร้างความรู้สึกเหนื่อยล้ามันเกิดจากภายในห้องโดยสารเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าห้องโดยสารจะดูกว้างขวาง แต่เมื่อลงไปนั่งแบบเต็มพื้นที่แล้วกลับมีความรู้สึกแน่นๆ อึดอัด ในส่วนของเบาะหน้าฝั่งคนขับและข้างคนขับไม่ค่อยมีปัญหา แต่เบาะหลังนี่สิ ถ้าเพื่อนที่นั่งไปด้วยมีสรีระสูงใหญ่ จะเกิดปัญหาเข่าเกือบติดเบาะ พื้นที่จากหัวเข่าถึงเบาะหน้ามีเหลืออยู่ไม่มาก ยิ่งนั่งสองคนแล้วเพิ่มสาวน้อยไซส์เล็กนั่งตรงกลางไปอีกคนจะรู้สึกเลยว่าอึดอัดเกินไป แม้ว่าเบาะหลังจะมีองศาการเอนของเบาะที่พอดี และปรับเอนเพิ่มได้อีก 6 องศา ทำให้นั่งหลังไม่ชัน เอนนอนพอหลับได้ แต่ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ถ้าขยับพื้นที่ห้องโดยสารให้ตอนหลังมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยจะทำให้นั่งสบายขึ้นอีกมาก และทำให้รู้สึกว่ารถคันนี้น่าจะเป็น B-Segment มากกว่า C-Segment นะ ถ้ามองจากการใช้งานจริงๆ
การออกแบบแดชบอร์ดทำได้สวยงาม ทันสมัย น่าประทับใจมาก วัสดุที่นำมาใช้ถือว่าดูดีมาก
และอีกประเด็นเป็นเรื่องของเสียงที่เข้ามาในห้องโดยสาร เหมือนเรื่องนี้จะกลายเป็นดราม่าอยู่พักหนึ่ง แต่พูดกันจริงๆ แบบเป็นกลาง เสียงลมที่ปะทะเข้ามาในความเร็วระดับ 120 กม./ชม. พอรับได้ เพราะด้วยรูปแบบตัวถังอย่างนี้ ยังไงต้องมีเสียงลมปะทะแน่นอน แต่ที่มองว่าน่าจะเป็นปัญหามากกว่าเสียงลม นั่นคือเสียงของเครื่องยนต์ที่ดังเข้ามา การที่รถเป็นแบบไฮบริด การขับขี่ใช้งานในเมือง ความเร็วไม่ได้สูงมาก ถือว่าทำได้ดีมาก เสียงเครื่องค่อนข้างเงียบ จะได้ยินเสียงระบบการตัดกระแสไฟของแบตเตอรี่ไฮบริดที่เหมือนเสียงคอมแอร์ตู้เย็นอยู่บ้างให้ตกใจเล็กน้อยเป็นครั้งคราว แต่ถ้าขับทางไกลที่จำเป็นต้องใช้ความเร็ว ต้องเร่งแซง ต้องกดคันเร่งมากขึ้น เป็นปกติที่รอบของเครื่องยนต์ต้องกวาดขึ้นสูง (แต่ในรุ่นไฮบริดไม่มีมาตรวัดรอบมาให้เลยไม่รู้ว่ารอบกวาดไปถึงกี่พันรอบ) นั่นทำให้ภายในห้องโดยสารจะได้ยินเสียงของเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเข้ามาแบบกึกก้อง (เฉพาะการกดคันเร่งทำความเร็วหรือการเร่งแซง ด้วยความเร็วตั้งแต่ 100 กม./ชม. ขึ้นไป) ฟังดูไม่น่าแปลก เพราะการเร่งแซง หรือการเร่งเครื่องเพื่อเรียกพละกำลังต้องมีเสียงเครื่องอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ เสียงเครื่องที่เกิดขึ้นเป็นเสียงในโทนต่ำและก้องกังวาล เสียงจะฟังดูบวมๆ ไม่แน่น นั่นเกี่ยวข้องกับความรู้สึกโดยตรง เพราะเสียงที่บวมๆ แบบนี้จะทำให้รู้สึกว่ารถเร่งความเร็วไม่ค่อยขึ้น ทั้งที่ความเร็วขึ้นเร็วตามปกติ เสียงดังเหมือนขับรถเกียร์ CVT แล้วกดคันเร่งจมสุด รอบเครื่องกวาดสูง แต่ความเร็วค่อยๆ ตามมาแบบนั้น ทั้งที่จริงอัตราเร่งถือว่ารวดเร็ว ไม่ได้ช้าเลย ถ้าเสียงเครื่องยนต์ให้ความรู้สึกแน่นๆ หนักๆ อารมณ์ที่รู้สึกจะกลายเป็นหนังคนละม้วน และทำให้รู้สึกขับสนุกขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียว
อัตราสิ้นเปลืองตามที่หน้าจอแสดงเอาไว้ทำได้ 17 กิโลเมตรต่อลิตร โดยการใช้งานจริงนั่งเต็ม 4 คน พร้อมบรรทุกสัมภาระเต็มท้าย เป็นอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพ โดรน ขาตั้งกล้อง ขาตั้งไฟ ไฟสตูดิโอ และกระเป๋าเดินทาง แบกภาระกันเต็มพิกัด ถือว่าประหยัดได้ใจพอสมควรสำหรับการใช้งานแบบนี้ แต่ถ้าขับใช้งานในเมืองน่าจะแตะ 20 กิโลเมตรต่อลิตร ได้เหมือนกัน
เบาะนั่งสบายนะ..แต่ฟองน้ำแข็งไปหน่อย
เกือบลืม! เรื่องนี้น่าสนใจทุกคนในรถให้ความเห็นแบบเดียวกันว่าตัวฟองน้ำในเบาะมีความแข็งไปหน่อย ทำให้นั่งไม่สบาย ไม่นุ่ม ถ้านั่งไม่นานก็พอไหว แต่ถ้านั่งทางไกลเป็นชั่วโมง จะเริ่มรู้สึกเมื่อยก้นและหลัง ต้องขยับตัวปรับท่าทางการนั่งบ่อยขึ้น ซึ่งผู้เขียนในตำแหน่งผู้ขับรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับอายุของคนหลักสี่ด้วยส่วนหนึ่ง แต่คนหลักสามที่นั่งมาด้วยก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าปรับแก้ไขเรื่องนี้ได้น่าจะทำให้รถคันนี้นั่งสบายใช้งานทางไกลได้สะดวกมากขึ้น และต้องขอบคุณที่มีพนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำมาให้ด้วย ของแบบนี้เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับรถที่มีความอเนกประสงค์เป็นที่ตั้งจริงๆ
เห็นครอบครัวตัวอย่างในโฆษณาตัวนี้มั้ยครับ..นี่แหละตอบโจทย์ในกลุ่มนี้ชัดเจน ไม่ใช่สำหรับผู้เขียน แต่ยอมรับว่าทำรถได้ดี ขอแค่เปลี่ยนฟองน้ำภายในเบาะให้นุ่มขึ้นอีกหน่อยจะนั่งสบายได้มากกว่านี้ ดีที่มี TNGA เข้ามาช่วยทำให้ขับได้สบาย
ทีนี้มาลองพิจารณาว่ารถคันนี้มีความน่าเป็นเจ้าของขนาดไหน ต้องบอกว่าใช้ได้เลย แม้ว่าอาจจะฟังดูขัดแย้งกับสิ่งที่เขียนมาทั้งหมด นั่นเป็นเพราะตัวผู้เขียนเองไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายโดนตรงของรถคันนี้ ขับแล้วเจอปัญหาหรือรู้สึกแบบไหนก็เล่าสู่กันฟังแบบตรงไปตรงมา แต่ถ้ามองเป็นครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น เป็นครอบครัวเล็กๆ ต้องการใช้รถทั้งในเมืองและท่องเที่ยวนอกเมือง มีสไตล์ ต้องการความประหยัด ลดมลพิษ หรือเป็นคนโสดที่พร้อมสนุกกับชีวิตในทุกๆ วัน Collora Cross จะตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุด ถ้าใครคิดว่าในตลอด 1 ปี ใช้รถในเมืองมากกว่า 70% ที่เหลืออีก 30% ไว้ขับออกต่างจังหวัด เชื่อว่าคุณจะถูกใจ Collora Cross แน่นอน แบบที่ไม่ต้องไปถามลุงพลหรอกว่าขับ Collora Cross แล้วเป็นไงบ้าง..ขนาดผู้เขียนที่รู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ยังยอมรับเลยว่าโตโยต้าส่ง Collora Cross มาได้ถูกจังหวะเวลา เป็นรถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้คุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ
เรื่อง/ภาพ: พุทธิ ผาสุข
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th